อาหารไม่ได้อร่อยเสมอไป สด อร่อย เพียงไม่กี่วันหรือหลายชั่วโมง รสชาติของมันก็จะเปลี่ยนไป หรือบางทีเชื้อราก็ขึ้น อาหารเน่า เน่าเสีย เน่าเปื่อย สิ่งที่เกิดขึ้นคือจุลินทรีย์จุลทรรศน์นำอาหารของเราไปแทน และอาจปล่อยของเสียที่ทำให้อาหารเสีย หรืออาจเป็นปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้ส่วนผสมในอาหารเน่าเสียเอง อาหารบางชนิดจึงบูดได้ง่ายกว่าอาหารชนิดอื่น

แต่ละสายพันธุ์มีอายุต่างกัน ที่ทำให้เรารู้จักการถนอมอาหาร ด้วยวิธีการต่างๆ และปัจจุบันเราใช้สารกันบูดเพื่อช่วยในเรื่องนี้ สารกันบูด สารกันบูดคืออะไร? สารกันบูดเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรืออาจเป็นสารที่มนุษย์เราผลิตขึ้น และใส่ลงในอาหารเพื่อไม่ให้บูดหรือบูด เราต้องการรักษาความสดของอาหารที่เราอยากกินไปอีกหลายวัน ช่วยหยุดหรือชะลอการทำงานของจุลินทรีย์และปฏิกิริยาเคมีที่อาจเกิดขึ้นในอาหาร

READ MORE  [เคมี ม.4 เทอม 1] ep.26 เฉลยแบบฝึกหัด 3.11 | แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล | สังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเฉลยเคมีม.4ที่ถูกต้องที่สุด

ภาพ: Pixabay

โดยส่วนใหญ่แล้ว เราเติมสารเคมีลงในอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงไม่สุก เพื่อให้สามารถเก็บไว้ดิบได้ สารกันบูดเหล่านี้มีสภาพเป็นกรดตามธรรมชาติ และป้องกันเชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียไม่ให้เติบโตในอาหารของเรา โดยปกติ เราไม่ทราบว่าอาหารที่เราบริโภคมีสารกันบูดหรือไม่ เพราะมักไม่มียานพาหนะ หรือไม่เปลี่ยนรสชาติของอาหาร เพื่อให้เราทราบได้จากฉลากข้างบรรจุภัณฑ์

คุณอาจแปลกใจว่าอาหารมีสารกันบูดกี่ชนิด ซึ่งรวมถึงอาหารที่เก็บรักษาไว้ เช่น ผลไม้แห้ง เนื้อสัตว์ปรุงสุก แยมผลไม้ หรือแม้แต่น้ำอัดลม หยุด นั่นไม่ใช่ทั้งหมด อาหารปรุงสุกที่ร้านอาหารแกงเขาราด อาหารตามสั่งในแผงขายริมถนน ล้วนมีสารกันบูดผสมอยู่ แม้ว่าพ่อค้าจะไม่ใส่สารกันบูดลงไปก็ตาม แต่สารกันบูดจะถูกเพิ่มเข้าไปในส่วนผสมดั้งเดิมในอาหารเหล่านั้นที่โรงงาน

READ MORE  เฉลยไปเรื่อย - ฟิสิกส์ม.5 เล่ม 4 EP.05 | เนื้อหาที่เกี่ยวข้องเฉลย เคมี ม 5 เล่ม 4ที่สมบูรณ์ที่สุด

ภาพ: Pixabay

ร่างกายของคุณตอบสนองต่อทุกสิ่งที่คุณกิน หากเป็นอาหารที่ให้พลังงาน ร่างกายก็จะย่อยและแปลงเป็นพลังงานเพื่อใช้ต่อไป และในกระบวนการเดียวกันเมื่อกินสารกันบูดเข้าไป สารเคมีนี้จะส่งผลต่อร่างกายของผู้บริโภคต่างกันไป บางคนที่ร่างกายไวต่อสารเคมี อาจส่งผลเสียต่อสารกันบูด

ส่งผลให้ผิวหนังอาจคัน หายใจไม่ออก น้ำมูกไหล หรืออาจมีก๊าซในช่องท้องและทางเดินอาหาร ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารกันบูด หรือได้รับในปริมาณที่น้อยที่สุดอาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า โดยหันไปใช้วิธีถนอมอาหารแบบอื่นๆ หรืออ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียดเพื่อระบุส่วนผสมในอาหารอย่างละเอียด

ภาพ: Pixabay

ก่อนที่ตู้เย็นจะถูกคิดค้นหรือสารกันบูดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เรามีวิธีการถนอมอาหารหลากหลายวิธี จุดประสงค์หลัก เช่นเดียวกับสารกันบูดใดๆ คือการพยายามหยุดปฏิกิริยาเคมีที่อาจทำให้อาหารเสีย หรือรบกวนการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ เช่น การแช่ผักและผลไม้ในสารที่เป็นกรดเพื่อทำลายสภาพแวดล้อมของจุลินทรีย์ที่เหมาะสม เช่น การหมักน้ำส้มสายชู หรือถนอมอาหารโดยการทำให้แห้งเพื่อขจัดน้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในปฏิกิริยาออกซิเดชัน และทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่และกินอาหารของเราได้

ดังนั้นสำหรับคนที่แพ้สารกันบูด หรืออยากทานอาหารปลอดสารเคมี อาจถึงเวลาต้องกลับไปใช้วิธีการปรุงและเก็บอาหารแบบเดิมๆ ร่วมกับการใช้ความเย็นของตู้เย็นเพื่อยืดอายุของอาหารแทน

ขอขอบคุณภาพปก : Pixabay

ทรัพยากร
ช่อง TED-Ed สารกันบูดอาหารไม่ดีสำหรับคุณหรือไม่? – เอเลนอร์ เนลเซ่น สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2017.
อาหารสุขภาพ. ‘สารกันบูด’ คืออะไร?. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2017.
เคลลี่ ฮอลแมน. ข้อดีและข้อเสียของการเก็บรักษาอาหาร สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2017.

แท็ก

#สารกนบด #แทจรงแลวเปนสารทไมดจรง #ๆ #หรอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *